สงกรานต์ ประเพณีปีใหม่ ของไทย


สงกรานต์ เป็นประเพณีปีใหม่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นคำสันสกฤต หมายถึง การเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี หรือ การเคลื่อนขึ้นปีใหม่ ในความเชื่อของไทย และบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างประเทศ (ฝรั่ง) เรียกว่า “สงครามน้ำ”
ตามหลักการแล้ว เทศกาลสงกรานต์ ถูกกำหนดตามการคำนวณ โดยหลักเกณฑ์ ในคัมภีร์สุริยยาตร์ โดยวันแรกของเทศกาลซึ่งเป็นวันที่พระอาทิตย์ ยกเข้าสู่ราศีเมษ (ย้ายจากราศีมีนไป ราศีเมษ) เรียกว่า
“วันมหาสงกรานต์” วันถัดมา เรียกว่า “วันเนา” และวันสุดท้าย ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราช และเริ่มใช้
กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า “วันเถลิงศก”
จากหลักการข้างต้น นี้ ทำให้ เทศกาลสงกรานต์ มักตรงกับวันที่ 14-16 เมษายน
(ยกเว้นบางปี เช่น พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2555 ที่สงกรานต์ กลับมาตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน)
อย่างไรก็ตาม ปฏิทินไทยในขณะนี้ กำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ
สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทย ซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ
จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่
คำว่าตรุษ เป็นภาษาทมิฬ แปลว่า การสิ้นปี
พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือน
เคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป
ในความเชื่อดั้งเดิม ใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น
มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึก และกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ
ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์
เป็นวันครอบครัว


ในพิธีเดิม มีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการ และมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยว ว่าเป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของการใช้น้ำ เพื่อแสดงความหมายเพียง ประเพณีการเล่นน้ำ
การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน “กลับบ้าน”
ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม
นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
กิจกรรมในวันสงกรานต์ มีดังต่อไปนี้
การทำบุญตักบาตร ตอนเช้า หรือนำอาหารไปถวายพระที่วัด ถือว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้ตัวเอง และ อุทิศส่วนกุศล นั้น แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญแบบนี้ มักจะเตรียมไว้ล่วงหน้า นำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุที่ศาลาวัด ซึ่งจัดเป็นที่รวมสำหรับทำบุญ ในวันนี้ หลังจากที่ได้ทำบุญเสร็จแล้ว ก็จะมีการก่อพระทรายอันเป็นประเพณีด้วย การสรงน้ำพระการรดน้ำ เป็นการอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน
น้ำที่รดมักใช้น้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา การสรงน้ำพระจะรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด และบางที่จัด สรงน้ำพระสงฆ์ด้วย
การสรงน้ำพระ มี 2 แบบ คือ การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร และการสรงน้ำพระพุทธรูป
การสรงน้ำพระภิกษุสามเณร จะใช้แบบเดียวกับอาบน้ำ คือ การใช้ขันตักรดที่ตัวท่าน หรือที่ฝ่ามือก็ได้ แล้วแต่ความนิยม หากเป็นการสรงน้ำแบบอาบน้ำพระ จะมีการถวายผ้าสบงหรือถวายผ้าไตรตามแต่ศรัทธาด้วย
การสรงน้ำพระพุทธรูป อาจจะจัดเป็นขบวนแห่ หรือ เชิญมาประดิษฐานในที่อันเหมาะสม การสรงน้ำจะใช้น้ำอบ น้ำหอม หรือน้ำที่ผสมด้วยน้ำอบ น้ำหอมประพรมที่องค์พระ
การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการไปอวยพรให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ครูบาอาจารย์ ท่านผู้ใหญ่ มักจะนั่งลงแล้วผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำรดที่มือท่าน ท่านจะให้ศีลให้พรผู้ที่ไป รด ถ้าเป็นพระก็จะนำผ้าสบงไปถวายให้ท่านผลัดเปลี่ยนด้วย หากเป็นฆราวาสก็จะหา ผ้าถุง ผ้าขาวม้าไปให้
การดำหัว ก็คือ การรดน้ำ นั่นเอง แต่เป็นคำเมืองทางภาคเหนือ การดำหัว เรียกกัน
เฉพาะการรดน้ำผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ ผู้สูงอายุ คือการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไป แล้ว หรือ การขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่
ของที่ใช้ในการดำหัวส่วนมาก มีผ้าขนหนู มะพร้าว กล้วย และ ส้มป่อย
การทำบุญอัฐิ อาจจะทำตอนไหนก็ได้ เช่น หลังจากพระภิกษุ – สามเณรฉันเพล แล้ว หรือจะนิมนต์พระมาสวดมนต์ ฉันเพลที่บ้าน แล้วบังสุกุลก็ได้
การทำบุญอัฐิ อาจจะนิมนต์พระไปยังสถานที่เก็บหรือบรรจุอัฐิ หากไม่มีให้เขียนชื่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วลงในกระดาษ เมื่อบังสุกุล เสร็จจึงเผากระดาษแผ่นนั้นเสีย เช่นเดียวกับการเผาศพ

การปล่อยนกปล่อยปลา ถือเป็นการล้างบาปที่ทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้มี แต่ความสุขความสบายในวันขึ้นปีใหม่
การนำทรายเข้าวัด ทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัด เพื่อเป็นนิมิตโชคลาภ ให้มีความ สุขความเจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด

ที่มา : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี บทความ สงกรานต์
จาก คลังปัญญาไทย บทความ วันสงกรานต์
เอนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ เรียบเรียงและรายงาน

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s